วิธีป้องกันอาการฟันผุในเด็กเล็กจากการให้นมแม่

ในเด็กเล็กการดูแลเรื่องสุขภาพช่องปากและฟันควรดูแลตั้งแต่ฟันน้ำนมซี่แรกเริ่มขึ้น โดยฟันน้ำนมซี่แรกในเด็กส่วนใหญ่จะเริ่มขึ้นเมื่อมีอายุได้ประมาณ 6 เดือนและจะขึ้นต่อเนื่องไปจนอายุ 3 ขวบ แต่ทารกบางคนอาจขึ้นช้าหรือเร็วกว่านี้ได้ เพราะการดูแลฟันน้ำนมไม่ให้ผุหรือสูญเสียฟันไปอย่างรวดเร็ว จะช่วยให้รากฐานของฟันแท้นั้นแข็งแรงและเป็นระเบียบมากขึ้นอีกด้วย การดูแลสุขภาพปากของเด็กควรทำหรือดูแลโดยพ่อแม่ผู้ปกครองอย่างใกล้ชิดเพื่อตรวจสอบความสะอาดของช่องปากและฟัน ไม่ให้เกิดแบคทีเรียที่ทำให้ลูกน้อยฟันผุได้

นอกจากนี้ยังมีข้อสงสัยบางประการที่ถกเถียงกัน คือ การให้นมแม่เป็นเวลานานนั้นส่งผลให้ลูกน้อยฟันผุ เราจะมาดูกันว่าข้อสงสัยนี้เป็นจริงหรือไม่ และเหล่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่จะสามารถรับมือกับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันให้ลูกน้อยได้อย่างไรบ้าง

back-view-adorable-six-month-old-infant-drinking-breast-milk-attractive-young-european-woman-home-clothing-cradling-her-baby-daughter-arms-breastfeeding-her-enjoying-deep-connection_344912-51

ให้ลูกกินนมแม่นาน ๆ อาจทำให้ฟันผุหรือไม่

สำหรับข้อสงสัยนี้แม่ ๆ หลายคนอาจเคยได้ยินมาอยู่บ้างเพราะเคยมีการวิจัยในประเทศบราซิลที่บ่งชี้ว่าเด็กที่กินนมแม่นานกว่า 2 ปีนั้น มีแนวโน้มที่จะเกิดฟันผุมากกว่าเด็กที่กินนมแม่เพียง 1 ปี 2.4 เท่า แต่ก็ได้มีนักวิชาการหลายคนออกมาทำการโต้แย้งว่า แท้จริงแล้วนมแม่นั้นเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุในเด็กน้อยกว่าเมื่อเทียบกับนมผงสำเร็จรูป เพราะมีส่วนประกอบเป็นน้ำตาลแลคโตสที่ให้ความหวานน้อยกว่าน้ำตาลซูโครสถึง 5 เท่า และนอกจากนี้ในนมแม่ยังมีแร่ธาตุอย่างแคลเซียม และฟอสฟอรัสปริมาณสูง ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน

ดังนั้นประเด็นนี้จึงถูกเบี่ยงไปที่พฤติกรรมการให้นมแม่สำหรับเด็กที่มีฟันขึ้นแล้วมากกว่า เพราะเมื่อเก็บข้อมูลลึกลงไปทำให้เห็นว่าพฤติกรรมการให้นมมีความเป็นไปได้มากกว่าที่อาจก่อให้เกิดอาการฟันผุในเด็กเล็ก โดยเฉพาะการที่เด็กต้องดูดนมแม่ในเวลากลางคืน และเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ปกครองที่จะทำความสะอาดฟันให้กับลูกน้อยในเวลานี้ เพราะอาจทำให้เด็กร้องไห้งอแง จนถึงขึ้นที่ตื่นกลางคันและไม่ยอมนอนอีกเลย พ่อแม่หลายคนจึงปล่อยลูกให้หลับไปในขณะที่เข้าเต้า 
Banner ดูสินค้าแม่และเด็กได้ที่เว็บไซต์ Punnita.com

 

การดูแลช่องปากของลูกน้อย

การแปรงฟันนั้นเป็นสิ่งจำเป็นไม่ว่าจะเป็นเด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่หรือนมผงตั้งแต่มีฟันน้ำนมซี่แรกขึ้น โดยจะต้องแปรงฟันวันละสองครั้งด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ 0.1% โดยในการแปรงฟันของเด็กทารกมักจะแปรงก่อนให้เข้านอนและจะแปรงอีกครั้งทันทีในตอนเช้า เพียงแต่เด็กในวัย 6 เดือนถึง 1 ปีส่วนใหญ่ จะยังต้องเข้าเต้าเพื่อดูดนมในเวลากลางคืนและหลับไปขณะที่ดูดนม การดูแลในตอนนี้เพื่อป้องกันฟันผุทำได้โดยการเช็ดคราบนมที่เคลือบบริเวณผิวฟันของลูกน้อยออก เพื่อเช็ดเอาคราบของน้ำตาลที่อยู่ในนมแม่ออกไปและลดการสะสมของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของฟันผุ นอกจากนี้ยังต้องพาลูกน้อยไปตรวจสุขภาพฟันทุก ๆ 6 เดือนหลังจากที่มีฟันขึ้น เพราะฟันผุในเด็กอาจปรากฏเป็นจุดขาวบนเส้นเหงือกบนฟันบนหน้าซึ่งจุดเหล่านี้นั้นยากต่อการมองเห็น

และสำหรับเด็กที่เลี้ยงด้วยนมผงและนมสำเร็จรูปเองก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการกินนมเพื่อป้องกันการเกิดฟันผุเช่นเดียวกัน คือ ให้ลดการให้นมในช่วงเวลากลางคืน และหันมาให้ทารกดื่มน้ำแทน และพยายามหลีกเลี่ยงการหลับไปพร้อมกับขวดนมเพราะในเวลากลางคืน ช่องปากจะสามารถผลิตน้ำลายได้น้อยกว่าปกติ หากไม่ดูแลช่องปากให้ดีก่อนนอนจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดฟันผุให้กับลูกน้อย นอกจากนี้ยังไม่ควรฝึกให้เด็กรับประทานน้ำหวาน ผลไม้รสหวาน หรือเติมน้ำตาลในอาหารโดยไม่จำเป็น เพราะจะทำให้ทารกติดรสชาติหวานและมีความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุได้มากกว่า รวมถึงฝึกให้ทารกรับประทานน้ำเปล่าทุกครั้งหลังมื้ออาหารเพื่อชำระล้างคราบอาหารที่ติดอยู่บนผิวฟัน

Portrait of a little girl with big blue eyes brushing her teeth.

การแปรงฟันสำหรับเด็กเล็ก

ไม่ว่าจะเด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่หรือเด็กที่เลี้ยงด้วยนมผง นอกจากจะต้องแปรงฟันวันละสองครั้งและเลือกยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ 0.1%แล้ว ปริมาณยาสีฟันก็ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมอีกด้วย โดยในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี ปริมาณยาสีฟันที่เหมาะสมที่ต้องใช้คือ ¼ ของเล็บนิ้วก้อยของเด็ก และคุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นผู้ทำการแปรงฟันให้ทารกก่อนในช่วงวัย 5 ปีแรก และสอนการแปรงฟันอย่างเหมาะสมให้อย่างใกล้ชิด

 

สุดท้ายแล้วขอสรุปว่าไม่ว่าอย่างไรการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นยังเป็นสิ่งจำเป็นและมีประโยชน์สูงสุดสำหรับลูกน้อย ทั้งในพัฒนาการทางด้านร่างกายและสมอง เพียงแต่ต้องมีการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันควบคู่กันไปด้วยเพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นของลูกน้อย

 

ดูสินค้าแม่และเด็กเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.punnita.com 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *